=
welcome_ribbon.gif

So-Nyeo-Shi-Dae-widget-02
So-Nyeo-Shi-Dae-widget-02



=

ภาษาอังกฤษน่ารู้ ............




  1. การแนะนำตัวเปนภาษาอังกฤษ
howtointroduceurself.jpg


การแนะนําตัวเป็นภาษาอังกฤษ

Non-formal way (ไม่เป็นทางการ) เราอาจจะพูดเพียงแค่คำว่า “Hello” หรือ “Hi” ตามด้วยการแนะนำตัวเอง เช่น “Hi, my name is Jew.” โดยอีกฝ่ายมักจะตอบกลับโดยระบุชื่อเรา เช่น “Hi, Jew. I’m Sarah.”หรือ อาจจะพูดว่า “Hello, Jew! Pleasure to meet you.” ก็ได้ ตามด้วยการเริ่มบทสนทนา โดยอาจเริ่มต้นด้วยการถามไถ่สารทุกข์สุขดิบต่างๆ เช่น “How are you today?” และอื่นๆ*หากเราต้องการที่จะสร้างความสัมพันธ์ให้เป็นแบบกันเอง โดยไม่อยากที่จะใช้ชื่อจริงคุยกัน ก็อาจจะแนะนำชื่อเล่นของเราไปเลย หรือ อาจจะใช้วิธีการแนะนำชื่อจริงแล้วตามด้วยชื่อเล่นของเราก็ได้ เช่น “Hi, my name is Jew, but you can call me Dek-Eng.” หรือ อาจจะพูดว่า "Hi, my name is Jew, but all my friends all call me Dek-Eng."Formal way (ทางการ) ในการแนะนำตัวแบบเป็นทางการนั้น เราจะต้องใช้ประโยคทำความรู้จัก แนะนำชื่อ และ ตามด้วยการแนะนำตัวสั้นๆว่าเราเป็นใคร หรือ มาจากไหน"May I / I'd like to introduce myself. I'm Jew, from Dek-Eng.com."
“Nice to meet you. My name is Jew, from Dek-Eng.com.”
หรือ “My name is Jew, from Dek-Eng.com. Nice to meet you.”*สำหรับการแนะนำตัวส่วนใหญ่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแบบ Formal หรือ Non-formal ก็มักจะควบคู่ไปกับการจับมือทักทายกัน หรือ การทักทายตามวัฒนธรรมต่างๆ เสมอ ซึ่งเพื่อนๆสามารถศึกษาต่อได้ใน …. ประโยคแนะนำตัวที่เรานิยมใช้กันในชีวิตประจำวัน ได้แก่
(It’s) Nice/Good/Great to meet you.
(It’s) Nice/Good/Great to see you.
(I’m) Pleased to meet you
It’s a pleasure to meet you
(I'm) Delighted to meet you
(I’m) Glad to meet you
(It’s) Nice to meet you / (It’s) Nice meeting you
How do you do?ประโยคที่ใช้ในการทักทายตอบ ได้แก่
Nice/Good/Great to meet you too.
The pleasure is mine
Pleasure / My pleasure
Likewise
Same here
Same to you
Same
You too (ใช้ตอบประโยคทักทายที่ใช้ It’s…to meet you)
Me too (ใช้ตอบประโยคทักทายที่ใช้ I’m…to meet you)ทั้งนี้ทั้งนั้นควรเลือกใช้ประโยคเหล่านี้ให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ หรือ ผู้สนทนาด้วย
ส่วนใครที่มีคำถามว่า จะพูดอย่างไรเพื่อกล่าวคำลา สำหรับการกล่าวคำลานั้น เรามักจะเน้นอีกครั้งถึง ความรู้สึกยินดีที่ได้รู้จักกับผู้สนทนา เช่น
It was a pleasure to (meet/have met) you
It was nice meeting you. I look forward to our next meeting.
It was nice to meet you. We’ll be in touch.
Nice meeting you. I hope to see you soon



เรียน 4 Tense ภาษาอังกฤษยอดฮิต ภายใน 1 นาที (1 Minute English)

==
เรียน 4 Tense ภาษาอังกฤษยอดฮิต ภายใน 1 นาที (1 minute English)
เรียน 4 Tense ภาษาอังกฤษยอดฮิต ภายใน 1 นาที (1 minute English)

==

Present Perfect Tense = Subj. + has/have + V.3

We use Present Perfect Tense if... (เราใช้ Present Perfect Tense เมื่อ…)

  • the event has a present result.
    เหตุการณ์มีผลอยู่ในปัจจุบัน

  • we use a time reference (e.g. since, for) to say when something, that is still happening, started.
    เราใช้ตัวบ่งบอกเวลา เช่น since, for มาช่วยบ่งบอกว่าสิ่งๆนั้นกำลังเกิดขึ้น หรือ เริ่มต้นขึ้นแล้ว

  • we start the sentence by saying ‘this is the first time.’
    เราเริ่มประโยคด้วยการพูดว่า ‘นี่เป็นครั้งแรก’

  • we are talking about life experiences.
    เราพูดถึงประสบการณ์ชีวิต


Past Simple Tense = Subj. + V.2

We use Past Simple Tense if... (เราใช้ Past Simple Tense เมื่อ…)

  • we are talking about a finished action in the past.
    เราพูดถึงการกระทำที่สิ้นสุดลงแล้วในอดีต

  • we are talking about something that happened at a definite time in the past เราพูดถึงบางสิ่งที่เกิด
    ขึ้นแล้วในช่วงเวลาหนึ่งในอดีต

  • we are talking about events in the lives of dead people
    เราพูดถึงเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตของบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้ว


Present Simple Tense = Subj. + V.1

We use the Present Simple Tense when… (เราใช้ Present Simple Tense เมื่อ…)

  • we talk about habits we do again and again.
    "I go fishing every weekend."
    เราพูดถึงนิสัยของเราที่มักจะทำอยู่บ่อยๆ

  • we talk about actions that are always true.
    "In England people drive on the left."
    เราพูดถึงการกระทำที่เป็นความจริง

  • we talk about actions which always happen and when we describe people.
    "Javier comes from Spain and he works in a bank."
    เราพูดถึงการกระทำที่มักเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆและเมื่อเราอธิบายถึงบุคคลต่างๆ

  • we tell the story about a book or a film.
    "Brad Pitt plays the part of a gangster in the film."
    เราพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือหรือภาพยนตร์

  • we use adverbs like always, often, never and usually.
    "I never listen to the radio."
    เราใช้ adverbs เช่น always, often, never และ usually

  • we use state verbs like think and agree
    "I agree with your opinion."
    เราใช้กริยาที่บ่งบอกถึงความคิด เช่น think และ agree


Present Continuous Tense = Subj. + V.-ing

We use the Present Continuous Tense... (เราใช้ Present Continuous Tense...)

  • when we talk about an action that is happening at the time we are speaking
    "We are leaving now."
    เมื่อเราพูดเกี่ยวกับการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะที่เรากำลังพูด

  • for actions which are happening at the present but only for a short time
    "I'm staying at my friend's house this week."
    สำหรับการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่จะคงอยู่ในระยะสั้นเท่านั้น

  • for actions which may happen around the present but not necessarily at that moment
    "I'm reading a great book at present."
    สำหรับการกระทำที่อาจจะเกิดขึ้นใกล้ๆกับปัจจุบัน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นช่วงเวลานั้นจริงๆ

  • for the future
    "She is arriving next week."
    สำหรับอนาคต

  • when we strongly complain about something using always and constantly.
    "That dog is constantly making a noise."
    เมื่อเราสบถเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง โดยใช้คำว่า always และ constantly เข้ามาช่วยอธิบาย

external image copyrighticon.gif
This article is copyrighted. Please do not reproduce this article in whole or part, in any form, without obtaining our permission.
บทความนี้มีลิขสิทธิ์คุ้มครองตามกฏหมาย ห้ามคัดลอก กระทำซ้ำ หรือนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ใดฝ่าฝืนจะได้รับโทษทางกฏหมาย
So-Nyeo-Shi-Dae-widget-02
So-Nyeo-Shi-Dae-widget-02